สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ – Society Online News Providers
ข้อบังคับสมาคม

หมวดที่ ๑
ความทั่วไป

 

ข้อ ๑.    สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ONLINE NEWS PROVIDERS ASSOCIATION

ข้อ ๒.    เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะ เป็นรูปวงกลมสีดำ ด้านบนของวงกลมมีลักษณะเปิดและมีเส้นดำ หนาทึบลากเข้ามาด้านในจุดกึ่งกลางของวงกลมโดยด้านบนของวงกลมและเส้นดำดังกล่าว จะมีเส้น ครึ่งวงกลมสีน้ำตาล จำนวน ๓ เส้น ครอบอยู่ในลักษณะคลื่นไล่จากขนาดเล็กไปยังขนาดใหญ่ และ ด้านขวาของรูปภาพดังกล่าวมีชื่อภาษาอังกฤษของสมาคมกำกับอยู่ในแนวตั้ง และด้านล่างของ วงกลมสีดำจะปรากฏภาษาอังกฤษคำว่า SONP กำกับอยู่

มีความหมายว่า สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

รูปของเครื่องหมายสมาคม

 

ข้อ ๓.    สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่เลขที่ ๕๓๘/๑ ถนนสามเสน แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ข้อ ๔.    วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ

๔.๑         ส่งเสริมและรักษาสภาพแวดล้อมของการแสดงออกอย่างเสรีของสื่อบนอินเทอร์เน็ต

๔.๒         กระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการส่งเสริม และการป้องกันเสรีภาพของสื่อบน อินเทอร์เน็ต

๔.๓         ช่วยเหลือและส่งเสริมและเพื่อให้ได้มาซึ่งสภาพแวดล้อมสำหรับสื่อบนอินเทอร์เน็ต
ที่มีความรับผิดชอบและเสรี

๔.๔         สร้างศักยภาพของสื่อบนอินเทอร์เน็ตที่มีความหลากหลายและอิสระและความ สามารถทางวิชาชีพของบุคคล

๔.๕         ส่งเสริมการเข้าถึงที่กว้างขวางขึ้นในข้อมูลและธรรมาภิบาล

๔.๖         ดำเนินการ หรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

๔.๗         ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด


หมวดที่ ๒
สมาชิก

 

ข้อ ๕.    สมาชิกของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ

๕.๑       สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดาผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน นักวิชาการด้าน สื่อสารมวลชน ทนายความด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ตลอดจนนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ ในการประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน

๕.๒      สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖.    สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

๖.๑       บุคคลธรรมดา

๖.๑.๑    เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

๖.๑.๒   เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

๖.๑.๓   ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

๖.๑.๔   ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็น ในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

๖.๒      นิติบุคคล

๖.๒.๑   มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน

๖.๒.๒   ไม่ประกอบกิจการอันใดอันเป็นการละเมิดกฎหมาย

๖.๒.๓   ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้ล้มละลาย โดยการต้องคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุดในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่าง ที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๗.    ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

๗.๑       สมาชิกสามัญสำหรับองค์กรใหญ่ …………………๒๐,๐๐๐………………… บาท

สมาชิกสามัญสำหรับองค์กรเล็ก ………………..๕,๐๐๐………………… บาท

๗.๒      สมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ ๘.    การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และให้เลขานุการ ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิก อื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับ หรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการ ใดให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว และสถานภาพเริ่มเมื่อชำระค่าบำรุงสมาคมแล้ว

ข้อ ๙.    สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้ พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ ๑๐.  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

๑๐.๑     ตาย

๑๐.๒     ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

๑๐.๓     ขาดคุณสมบัติสมาชิก

๑๐.๔     ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๑.   สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

๑๑.๑     มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

๑๑.๒     มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

๑๑.๓     มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

๑๑.๔     มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๑.๕     สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ๑ คะแนนเสียง

๑๑.๖     มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

๑๑.๗     มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อย กว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

๑๑.๘     มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

๑๑.๙     มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

๑๑.๑๐   มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม

๑๑.๑๑   มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

๑๑.๑๒   มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

 

หมวดที่ ๓
การดำเนินกิจการสมาคม

 

ข้อ ๑๒.  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๗ คน อย่าง มากไม่เกิน ๑๕ คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม ๑ คน และอุปนายก ๒ คน สำหรับ ตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคมตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่ง และหน้าที่โดยสังเขปต่อไปนี้

๑๒.๑   นายกสมาคม   ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับ บุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะ กรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๒.๒ อุปนายก   ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่ แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะ ปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายก สมาคมตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

๑๒.๓  เลขานุการ  ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและ ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็น เลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม

๑๒.๔  เหรัญญิก  ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสาร หลักฐานต่างๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

๑๒.๕  ปฏิคม  ทำหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้า ในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ ประชุมต่างๆของสมาคม

๑๒.๖  นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสาน งานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจาก สมาชิก

๑๒.๗  ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

๑๒.๘  กรรมการตำแหน่งอื่นๆ  ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มี ขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะ กรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่นๆ ตามจำนวน ที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ ๑๓. คณะกรรมการของสมาคมมีวาระดำรงตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่ง ครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ  และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จด ทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการ ชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๔.   ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิก สามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

 

ข้อ ๑๕.  กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ

๑๕.๑     ตาย

๑๕.๒    ลาออก

๑๕.๓    ขาดจากสมาชิกภาพ

๑๕.๔    ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๖.  กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะ กรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๗.  อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

๑๗.๑     มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

๑๗.๒    มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

๑๗.๓    มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

๑๗.๔    มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

๑๗.๕    มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

๑๗.๖    มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

๑๗.๗    มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

๑๗.๘    มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนิน กิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดู ได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๗.๙    มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม ต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อ สมาชิกร้องขอ

๑๗.๑๐   จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิก ได้รับทราบ

๑๗.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๘.  คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ     ๑๒    ครั้ง โดยให้จัดขึ้นเป็นประจำเดือนละ    ๑ ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๑๙.  การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งนึงของกรรมการทั้งหมดจึง จะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ ให้นถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๐.  ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ ๔
การประชุมใหญ่

 

ข้อ ๒๑.  การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด คือ

๒๑.๑     ประชุมใหญ่สามัญ

๒๒.๒    ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๒.  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือน    กันยายน   ของทุกๆ ปี

ข้อ ๒๓.  การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้นหรือเกิด ขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิก จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๒๔.  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้อง แจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงาน ของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๒๕.  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

๒๕.๑    แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

๒๕.๒    แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

๒๕.๓    เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ

๒๕.๔    เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

๒๕.๕    เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ ๒๖.  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนด เวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคม เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการ ประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุม ใหญ่ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๗.  การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้าง มากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๘.  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่ สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน

 

ข้อ ๒๙.  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำ ฝากไว้ในธนาคาร    ไทยพาณิชย์   สาขา   สามเสน  

ข้อ ๓๐.  การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคมจะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๓๑.  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน    ๑๐,๐๐๐  บาท
(   หนึ่งหมื่นบาทถ้วน   ) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการ จะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน    ๕๐,๐๐๐   บาท (   ห้าหมื่นบาทถ้วน   ) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่าย เกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๓๒.  ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน    ๕,๐๐๐   บาท (   ห้าพันบาทถ้วน   ) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๓.  เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๓๔.  ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๕.  ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและ สามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของ สมาคมได้

ข้อ ๓๖.  คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

 

ข้อ ๓๗.  ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ ๓๘.   การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุ ของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ ๓๙.  เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตามทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของมูลนิธิ หรือสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการสาธารณกุศล ตามที่ทางสมาคมเห็นชอบ

 

หมวดที่ ๗
บทเบ็ดเตล็ด

 

ข้อ ๔๐.  การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นที่สงสัยให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากของที่ประชุมชี้ขาด

ข้อ ๔๑.  ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ ในเมื่อข้อบังคับ ของสมาคมมิได้กำหนดไว้ และหากมีข้อบังคับใดขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ให้ถือ ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ ๔๒.  สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการ ตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง

 

หมวดที่ ๘
บทเฉพาะกาล

 

ข้อ ๔๓.  ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เป็นต้นไป

ข้อ ๔๔.  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชกาลก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมด เป็นสมาชิกสามัญ

 

ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี)